วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2562

เพราะกลัวลำบาก เลยลำบากby Dhammasarokikku


T210710_14Cเมื่อสองวันก่อนเดินบิณฑบาตไปนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ครับ ตั้งแต่พรรษาแรกเริ่มศึกษาธรรมะ ท่านแจงไว้ว่า ขันธ์ ๕ มี รูป(ร่างกาย) เวทนา(ความรู้สึกสุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์) สัญญา(ความจำได้หมายรู้) สังขาร(ความปรุงแต่ง) วิญญาณ(ประสาท สัมผัส) นี้ ไม่ต้องไปหาคำจำกัดความ วิจัยเจาะลึก หาวิธีตัดขันธ์ ๕ ให้วุ่นวายดอก แค่ตัดรูป หรือโดยย่อคือ "ร่างกาย" เพียงอย่างเดียว ขันธ์อื่นอีก ๔ ขันธ์ก็ทรงตัวอยู่มิได้ เพราะขันธ์อีก ๔ ขันธ์ซึ่งเป็นนามธรรม เกาะรูป หรือร่างกายอยู่
ตัดความพอใจในร่างกาย ตัดความยึดมั่นถือมั่นในร่างกาย ตัดเยื่อใยความห่วงหาอาทรในร่างกาย ตัดขาดการทะนุถนอมร่างกายเพียงอย่างเดียว ก็สามารถไปนิพพานได้ เพราะอะไร? เพราะคนเรารักร่างกายตัวเองเป็นที่สุดแล้ว สิ่งสุดท้ายในโลกที่จักห่วงหาอาลัยอาวรณ์ก็คือร่างกายนี้แล
ทำอย่างไรเล่าจึงจักตัดความพอใจในร่างกายได้จนถึงระดับที่เห็นว่า มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา? เรื่องนี้ก็ไปโยงกับการทำสาธารณประโยชน์ครับ ครูบาอาจารย์ท่านสอนไว้ว่า นอกจากการทำสาธารณประโยชน์จักมีอานิสงส์มาก บารมีเต็มไวที่สุด ยังช่วยเรื่องตัดขันธ์ห้าด้วย
เพราะงานสาธารณประโยชน์ มักเลี่ยงความยากลำบากไม่ได้ครับ การที่ร่างกายเราต้องได้รับความยากลำบาก ด้วยต้องการสงเคราะห์ผู้อื่น นอกจากได้พรหมวิหาร ๔ เต็ม ๆ แล้ว ยังทำให้เห็นความจริงของขันธ์ ๕ ว่า มันเป็นทุกข์ ไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตน สั่งสมความเห็นถูกไปเรื่อย ๆ ครับ (ว่าร่างกายนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่ารักน่าพอใจ) วันหนึ่งก็เต็ม
หากเรานั่งเล่นนอนเล่นแช่แอร์อยู่กับบ้าน ไฉนเลยจักได้เห็นความจริงของร่างกายว่า มันทุกข์ไม่เว้นแต่วินาทีเดียว เดี๋ยวก็ร้อนไป เดี๋ยวก็เย็นไป เดี๋ยวก็เหงื่อออก เดี๋ยวเหนียวตัว ไม่สบายตัว เดี๋ยวเหม็น เดี๋ยวสกปรก เดี๋ยวเหนื่อย เดี๋ยวปวด เดี๋ยวเมื่อยล้า ลงได้ทำงานอาสาแล้ว ความไม่น่ารักไม่น่าพอใจของร่างกายนี้ออกมาให้เห็นเต็มไปหมด
แต่ทราบธรรมะข้อนี้แล้ว ก็ออกตะลุยทำสาธารณประโยชน์ไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อนเรื่อยมาจนปัจจุบัน เป้าหมายมีเพียงประการเดียวตัดขันธ์ ๕ ตัดกิเลสให้เป็นสมุทเฉทปหาน (ตัดขาดแบบถอนรากถอนโคน ไม่มีกำเริบอีก)
a523-335จากการออกตะลุยทำบุญมาเกือบตลอดชีวิตเพศสมณะซึ่งย่่างเข้าสู่ปีที่ ๕ ได้พบปะผู้คนมากมายหลากหลายรูปแบบจนได้ข้อสังเกตว่า แม้ผู้คนเป็นจำนวนมาก มีจิตใจที่ดีงาม ใจบุญสุนทาน ชอบช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ทว่ามักยังกลัวลำบาก และความกลัวลำบากนี้แปรผันตรงกับฐานะการเงินด้วย แปลกไหม? คนเรายิ่งรวยยิ่งกลัวความลำบาก (คงสบายจนชิน)
หากข้าพเจ้าไม่ได้รับคำสั่งสอนจากครูบาอาจารย์ก็อาจกลัวความลำบากอยู่เหมือนกัน เพราะตอนเป็นฆราวาสมีความสะดวกสบายทุกอย่าง หากไม่เจอครูบาอาจารย์ป่านนี้อาจเป็นภิกษุคุณหนูโดนแดดไม่ได้ นอนตากแอร์ทั้งวันอยู่ก็ได้
หลายครั้งทีเดียวเสียงที่ตอบกลับมาหลังจากบอกบุญไป จากคนมีกำลังใจในการทำทานชนิดเท่าไหร่เท่ากันว่า ไปไหนก็พอไปได้ แต่ "ต้อง" สบายนะ ห้องน้ำห้องท่าต้องสะอาด ที่พักต้องมีรั้วรอบขอบชิด ติดมุ้งลวด พื้นปูกระเบื้อง ต้องนอนเตียง อาหารการกินต้องอร่อย ถ้าไม่อร่อยก็ขอให้พอกินได้แบบภาคกลาง หรือไม่ก็พักรีสอร์ทไปเลย กระไรเทือกนั้น มีอยู่อีกไม่น้อยที่งานบุญเป็นงานรอง งานเที่ยวงานรื่นเริงเป็นงานหลัก จักไปทำบุญทอดกฐินทอดผ้าป่าที ต้องสืบเสาะแล้วว่า มีสถานที่ท่องเที่ยวกระไรบ้าง มีกระไรอร่อย มีกระไรให้ช็อป มีวิวตรงไหนสวย ๆ ละแวกนั้น (ไม่ผิด แต่เห็นได้ชัดว่า ยังพอใจในกามฉันทะ มีรูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อย สัมผัสระหว่างเพศอยู่ กำลังใจไปนิพพานยังอ่อนมากครับ//บารมี=กำลังใจ)
คาราวานบุญคลุกฝุ่นของข้าพเจ้าจึงหาผู้ร่วมงานได้ยากยิ่ง กระทั่งคนที่ลุยไปไหนไปกัน นอนไหนนอนนั่นแบบพีค ๆ เจอฝุ่นเข้าไปยังเซย์กู๊ดบาย "ฉันต้องตายแน่ ๆ ถ้าเจอฝุ่นแบบนั้น"
ถ้ายังกลัวร่างกายลำบากอยู่ ยังเฝ้าทะนุถนอมยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมอยู่ อย่าไปฝันถึงนิพพานในเร็ววันเลย ยังอีกนาน (แต่ถ้าร่างกายลำบากแบบคนไม่เคยแล้วทำให้ป่วย อย่างนั้นเป็นอีกเรื่องครับ เช่นนั้นถ้าฝืนทำกลายเป็นอัตตกิลมถานุโยค สุดโต่งข้างทำตนให้ลำบาก และสร้างความเดือดร้อนให้คนรอบข้าง ไม่สมควรครับ ต้องลำบากพอดี ๆ มัชฌิมาปฏิปทา ต้องรู้ว่า เราลำบากเพื่ออะไร ต้องมีปัญญากำกับ)
มีบางท่านเหมือนกัน (แต่น้อยเหลือเกิน) ที่บวชแล้วมิได้ลำบากกายเลย (แต่มักออกแนวอาพาธเป็นประจำจนเห็นโทษของร่างกาย) ก็ไปนิพพานได้ อย่างไรก็ดีทุกท่านก็ต้องผ่านความลำบากทางจิตชนิดเอาชีวิตเข้าแลกเหมือน ๆ กัน ผู้ที่ผ่านความลำบากกายทำความเพียรมาก่อน เมื่อจักตัดภพตัดชาติบารมีธรรมที่เกิดจากการลำบากกายทำความเพียรนั่นแล จักกลับมาช่วยอุดหนุนให้ตัดภพชาติได้ง่ายขึ้น (ท่านที่บรรลุง่าย ๆ เพราะท่านเคยยากมาก่อนครับ วัฏสงสารนี้ไม่มีคำว่า "ฟลุ๊ค")
imagesCAB7Q1BHข้าพเจ้าคิดอยู่เสมอครับว่า ครูบาอาจารย์สมัยก่อน เดินป่า เดินธุดงค์ ก็เพื่อให้เห็นความจริงของขันธ์ ๕ มาบัดนี้ไม่มีป่าให้เดินแล้ว (หรือมี เขาก็ไม่ยินดีให้เดิน หาว่าบุกรุกป่า) ก็เอางานสาธารณประโยชน์นี่แล แทนการเดินป่า ลำบากเหมือนกัน เหนื่อยเหมือนกัน เห็นความจริงของขันธ์ ๕ เหมือนกัน ได้ของแถมติดปลายนวมกลับมาด้วยคือได้สงเคราะห์คนยากคนจน
เดินบิณฑบาตไป พลางคิดถึงคนใกล้ตัวครับ ติดการพนันงอมแงม ก็มีความ "กลัวลำบาก" นี่แล เป็นปัจจัยสูงสุด จะให้ไปทำงานอย่างคนอื่นเขา ลำบาก ไม่ไหวหรอก ฉันต้องทำงานสบาย ๆ เท่านั้น ฉันเลยต้องหาวิธีที่ได้เงินง่าย ๆ เป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน ความกลัวลำบากแบบไม่ฉลาดนี้เอง ทำให้เขาเจอกับความลำบากชนิดที่คนอื่นเขาไม่เจอกัน
เขาลืมคิดไปครับว่า เป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืนได้ ก็เป็นกระยาจกชั่วข้ามคืนได้เช่นกัน
มองย้อนกลับมาครับ คนที่เขากลัวลำบาก กระไรนิดกระไรหน่อย เขาก็เห็นว่า เป็นเรื่องลำบาก ยกของหนักนิดก็ลำบาก ที่นอนไม่นิ่มไม่สบายก็ลำบาก ห้องน้ำไม่สะอาดก็ลำบาก ไม่มีเครื่องไฟฟ้านู่นนี่นั่นอำนวยความสะดวกก็ลำบาก ฉะนั้นไปไหนมาไหนเลยต้องแบกสรรพวุธยุทโธปกรณ์ไปด้วย บางท่านไปหาหลวงปู่เทศก์ มีรถขนเครื่องอำนวยความสะดวก และคนรับใช้ติดตามไปด้วยขบวนใหญ่ กลัวกินไม่ได้ กลัวไม่สบาย กลัวไม่มีที่นอน กลัวสารพัดกลัว
ความกลัวลำบากนี่เองบีบคั้นให้ต้องหาเงินไว้เยอะ ๆ ไว้ซื้อสิ่งต่าง ๆ มาปรนเปรอให้ตัวเองสบาย จนลืมสังเกตไปว่า การหาเงินหน่ะ ลำบากยิ่งกว่าการทำตนให้ชินกับความลำบากเสียอีก บางครั้งก็ลงทุนถึงกับยอมลำบากในวันข้างหน้า เพื่อซื้อความสบายในวันนี้ ประเภทท่านที่ลงทุนทุศีลทำธุรกิจโดยมิชอบคดโกงคอร์รัปชั่น ไม่นานหรอกครับ เขาก็ได้พบกับความลำบากระดับที่ไม่เคยคิดฝัน ไม่ต่างจากตัวอย่างแรกที่ติดการพนัน
ผิดกับคนที่เขาไม่เคยกลัวความลำบาก ก็เลยไม่เคยต้องลำบาก เพราะเขาเห็นความลำบาก ไม่ใช่ความลำบาก กินกระไรก็ได้ อย่างที่ชาวบ้านเขากินกัน ขับถ่ายที่ไหนก็ได้ไม่รังเกียจ นอนที่ไหนก็ได้ไม่ต้องกลัว ป่าช้าก็นอนได้ งานหนักก็เอา งานเบาก็สู้ เพราะทุกอย่างล้วนผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
การเห็นความลำบาก ก็คือการเห็นทุกข์ รู้ทุกข์แล้วก็แค่ยอมรับว่า มันคือเรื่องธรรมดา ไม่ดิ้นรนหนีทุกข์ เพราะทุกข์คือขันธ์ ๕ หนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น
เลิกกลัวความลำบากกันดีกว่าครับ จักได้ไม่ต้องเจอความลำบาก เพราะทุกสิ่งที่คิดว่าลำบาก สุดท้ายก็กลายเป็นไม่ใช่สิ่งที่ลำบาก ซึ่งนอกจากผู้ที่ไม่กลัวความลำบากมักจักประสบความสำเร็จทางโลกแล้ว ถ้าทำกำลังใจให้ถูกต้อง ยังอาจประสบความสำเร็จทางธรรมคือถึงซึ่งพระนิพพานอีกด้วย 
เจริญธรรม ฯ
ข้าพเจ้าไม่คิดว่า คนในรูปนี้ จักคิดว่าตนเองลำบากหรอกนะครับ
(มีแต่คนอื่นไปตัดสินว่า เขากำลังลำบากมากกว่า)
ภาพประกอบ : http://gotoknow.org/blog/ganesh08/311849
Share:

0 ความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

เจ้าอาวาสวัดพุทธบูชา

พระราชภาวนาพินิจ

(สนธิ์ อนาลโย)

คณะผู้จัดทำรายการ

thumb_หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร 3~0พระธรรมมงคลญาณ

ประธานสถาบันพลังจิตตานุภาพ

02พระราชภาวนาพินิจ

เจ้าอาวาสวัดพุทธบูชา

Scan0006พระสุวรรณสิริวัณโณ

ผู้ดูแลเว็บไซด์และผู้ดำเนินรายการภาษาธรรมภาษาใจ

Rotation of DSCF6306

พระครูสุนทรวินัยวัฒน์

ผู้อำนวยการสถานีวิทยุวัดพุทธบูชา fm100.25mhz

penrut1คุณเพ็ญรัตน์พัวพงษ์ไพโรจน์ ผู้ดำเนินรายการหรรษาศาลาธรรม

DSC00062

ร.ศ.มานพ ตันตระบัณฑิต ผู้ดำเนินรายการกุศลสำหรับประชาชน

DSCF8162

ลุงพุทธิธรรม

ประธานแบ่งปัน สมุนไพรเพื่อสังคม

นักจัดรายการ5

คุณจิตตรา เพชรวงศ์

ประชาสัมพันธ์

FM100.25Mhz

Blog Archive

Blog Archive